วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

การสร้าง " เทพจำแลงดินเผา "

การสร้าง " เทพจำแลงดินเผา "
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างวัตถุมงคลของท่านครูบากฤษณะ อินทวันโณ ครั้งใหญ่ เป็นครั้งแรก และครั้งสำคัญ

เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด จากแต่เดิมที่เคยสร้างวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ มานานนับสองทศวรรษ

เมื่อก่อนการสร้างวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ จะมีทั้งที่ท่านสร้างเอง และที่ท่านให้ลูกศิษย์ สำนัก วัดวาอาราม ต่าง ๆ สร้าง โดยผ่านการอธิษฐานจิตปลุกเสกโดยท่านครูบาฯ และจะบอกกับผู้ที่เช่า บูชา ว่าเป็นวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ สร้างเอง

แม้กระทั่งของลอกเลียนแบบ ของทำปลอมขึ้นมา ก็จะบอกกับผู้ที่เช่า บูชา ว่าเป็นวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ สร้างเช่นกัน

แต่การสร้าง " เทพจำแลงดินเผา " ในครั้งนี้ เป็นการริเริ่มของเฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก ที่ต้องการจะนำเอาสุดยอดวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ คือ " เทพจำแลง พิมพ์ ปี " ที่เฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก พกติดตัวมานาน

โดยนำมาสร้างเป็น " เทพจำแลงดินเผา " เพื่อให้เป็นสุดยอดวัตถุมงคล สุดยอดนวัตกรรม แห่งสตวรรษที่ ๒๑ ที่ต้องใช้ภูมิปัญญาอันสุดยอดที่เฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก ได้รับการถ่ายทอดมาจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นเมื่อเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา และนำมาเผาถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูง " บันตัน " อยู่ในปัจจุบัน

ธรรมะได้จัดสรร เทพเจ้าได้บันดาล ให้เฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก ตั้งคณะทำงานในการดำเนินการสร้าง " เทพจำแลงดินเผา " ขึ้นมา และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านครูบาฯพอดี

วัตถุประสงค์การสร้าง “ เทพจำแลงดินเผา “ : สร้างถวายท่านครูบา ฯ เพื่อฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เป็นตำนานแห่งวัตถุมงคลของท่านครูบาฯ

หากแม้นการสร้าง " เทพจำแลงดินเผา " ประสบผลสำเร็จ ราบรื่น ลุล่วงไปได้ด้วยดี และมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส ต้องการการมีไว้บูชา โดยการเช่า บูชา โดยตรงกับคณะผู้ดำเนินการสร้างก็ดี หรือกับบุคคลที่ท่านครูบา ฯ มอบหมายก็ดี ก็ถือเป็นบุญอันมหาศาล เป็นวาสนาอันสูงส่ง เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่จะพึงมีพึงเป็นตามเหตุตามปัจจัย และเงินรายได้จะได้นำถวายท่านครูบา ฯ เพื่อสร้างศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ตามแต่ท่านครูบา ฯ จะเห็นสมควร ต่อไป.

คณะผู้ที่ดำเนินการสร้าง " เทพจำแลงดินเผา " ในครั้งนี้ประกอบด้วย :-

๑.เฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก : ผู้ดูแลการสร้าง ผู้ซึ่งเคยอุปถัมภ์อุปัฏฐากท่านครูบา ฯ มา ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะเริ่มสร้างสำนักป่ามหาวัน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เคารพนับถือท่านมานานกว่ายี่สิบปี โทร. 081 813 1935

๒. คุณลือชา เลิศล้ำ ( ลือชา คาร์แคร์ ) ผู้ประสานงานการสร้าง ผู้เคยเป็นพระลูกศิษย์ท่านครูบาฯ สมัยที่บวชเป็นพระและติดตามท่านครูบา ฯ ไปตามป่าเขา ถ้ำ ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะเริ่มสร้างสำนักป่ามหาวัน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา โทร 081 457 7274

๓. คุณสมยศ ทองพันชั่ง ( ทิดปู ) : ผู้รับผิดชอบการสร้าง ผู้เคยเป็นพระลูกศิษย์ท่านครูบาฯ สมัยที่บวชเป็นพระและจำพรรษาอยู่กับท่านครูบาที่สำนักป่ามหาวัน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา อยู่หลายปี และดูแลการสร้าง เทพจำแลง พิมพ์ บี มาตั้งแต่สมัยยังบวชเป็นพระ โทร .083 464 2448

จึงประกาศมาเพื่อความเข้าใจ และร่วมอนุโมทนาในการสร้าง " เทพจำแลงดินเผา " ในครั้งนี้โดยทั่วกัน.

สาธุ

 ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 



 ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ


ติดต่อ  เฮียกิตติ


081 813 1935 


Email : bantanthai@gmail.com

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รัตติกาลกฤษ์



รัตติกาลกฤษ์
ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ
อนุสรณ์ศาสนสถานครูบากฤษณะ 
จ.บุรีรัมย์

****************
คาถาบูชา วัตถุมงคล ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ
ตั้งนโม ๓ จบ
----------------
คำบูชา ครูบากฤษณะ
" โอมนะมะศิวะ นะเมตตา เทวะจิตตา ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน
ครูบากฤษณะเจ้าของเทพจำแลงนี้ " ( ให้อธิษฐานของพร )
----------------
คาถาสำหรับค้าขาย
" กฤษณะ กฤษณะ ฮโร ฮโร รามะฮโร กฤษณะ กฤษณะ นะมะพะธะ "
----------------
คาถาเสริมสิริมงคล
" สิริราม เยราม เยเยราม กฤษณะฮโร กฤษณะ นะมะพะ "
----------------
ข้อปฏิบัติที่ควรยึดถือในการครอบครองวัตถุมงคลของท่านครูบากฤษณะ
๑.ไม่รับประทานผักชะอม
๒.ไม่ประพฤติผิดลูกผิดเมียเขา
๓.ไม่นำวัตถุมงคลของครูบาพกติดตัวไปในที่ ๆ ต่ำหรือลอดราวผ้า

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 



 ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ


ติดต่อ  เฮียกิตติ


081 813 1935 


Email : bantanthai@gmail.com

เทพจำแลง รุ่น " เงินล้าน "


กรรมฐาน ๕๗

รุ่น

เงินล้าน

( เนื้อโม่ง )

ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 
 ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ

ติดต่อ  เฮียกิตติ

081 813 1935 

Email : bantanthai@gmail.com

เทพจำแลง รุ่น " เทพสามภพ "


จงเจริญเงินทอง จงเจริญด้วยสมบัติ

เทพจำแลง
รุ่น
เทพสามภพ



เทพสามภพ : กลิ่นอายและมนต์ขลังของ "เทพภมร" หวลคืนกลับมาอีกครั้ง
สร้างและปลุกเสกโดยท่านครูบาเองล้านเปอร์เซนต์

เนื่องในโอกาศทำบุญฉลองวันคล้ายวันเกิด ครบ ๖๑ ปี ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

มวลสารเหมือนยุคเริ่มต้นของ " เทพภมร " ทุกประการ

ลักษณะการฝังพลอยก็เหมือนยุคแรก ๆ ของการสร้างวัตถุมงคลของท่านครูบา ฯ โดยแท้.

ใช้พลอยทุบ เรียงตามลักษณะของดวงดาว

กล้ากล่าวได้ว่าโดยท่านครูบาเองล้านเปอร์เซนต์เพราะได้รับคำยืนยันจากองค์ท่านเอง
ท่านจึงไม่ควรพลาดโอกาสดี ๆ เช่นนี้ ซึ่งนานปีมีครั้ง



องค์ไหนเข้าตาถูกใจ ดูแล้วมีเสน่ห์มีมนต์สกิดใจ

สอบถามได้นะครับ โทร. 081 813 1935 ( เฮียกิตติ )

ท่านครูบา ฯ ให้นำมาบอกมากล่าว เพื่อให้ทราบโดยทั่วกันครับ

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 

 ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ

ติดต่อ  เฮียกิตติ

081 813 1935 

Email : bantanthai@gmail.com



วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ ฉลองสิริอายุ ๖๐ ปี


รูปภาพ : ฉลองสิริอายุ ๖๐ ปี

วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ ๑๕๕๗

ครูบากฤษณะ  อินทวัณโณ

ฉลองครบ ๕ รอบ

สิริอายุ  ๖๐ ปี
 
 ฉลองสิริอายุ ๖๐ ปี


วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ ๑๕๕๗


ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ


ฉลองครบ ๕ รอบ


สิริอายุ ๖๐ ปี

๙๙๙๙๙๙๙๙๙
ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ

ติดต่อ เฮียกิตติ
081 813 1935
Email : bantanthai@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระธุดงค์ไล่ควาย

 

พระธุดงค์ไล่ควาย

 

เนื่องในวาระครบ ๕ รอบ สิริอายุครบ ๖๐ ปี ของท่านครูบากฤษณะ อินทวัณโณ ในวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๕๗

ผมขอนำเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ยินมาเกี่ยวประวัติบางช่วงบางตอนของท่านมาเผยแพร่เพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยเฉพาะเรื่องราวที่พิศดารที่เกิดขึ้นกับท่านครูบา ฯ เมื่อคราวที่ท่านเดินธุดงค์อยู่ตามป่าเขา ถ้ำลึก หน้าผาสูงชัน
จึงมีเรื่องมากมายที่ท่านครูบา ฯ ได้ประสพพบเจอกับตัวท่านเอง ดังเช่น.:- เรื่องที่ผมได้เล่าไปบ้างแล้ว เป็นต้น
วันนี้ผมจะเล่าเรื่องราวที่พิสดาร มหัศจรรย์พันลึก ลี้ลับ เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ เป็นยิ่งนัก
เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้คือเรื่อง... “ พระธุดงค์ไล่ควาย ” เรื่องราวจะเป็นเช่นไร พิศดาร มากน้อยแค่ไหน โปรดติดตาม

เรื่อง.. “ พระธุดงค์ไล่ควาย ” ที่ผมจะเล่าในวันนี้ สั้น ๆ ไม่ยาวมาก เป็นเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ จริง ๆ เรื่องราวจะเป็นเช่นไร พิศดาร มากน้อยแค่ไหน ลองติดตามอ่านดูเองนะครับ

คราวหนึ่ง...ท่านครูบา ฯ ได้รับนิมนต์ให้ไปช่วยงานเข้าปริวาสกรรม ที่วัดตะคร้อวนาราม ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

ท่านครูบา ฯ รับภาระหน้าที่เป็นพระอาจารย์กรรม ( พี่เลี้ยง ) ทำหน้าที่เทศนาสั่งสั่งสอน ให้คำแนะนำแก่พระภิกษุทั้งหลายที่มาเข้าปริวาสกรรมตลอดงาน ตั้งแต่วันแรกจนกระทั้งวันสุดท้าย

หลังจากทำพิธีออกปริวาสกรรมเสร็จเรียบร้อย เวลาตอนบ่าย ๆ ท่านครูบา ฯ ได้เดินทางออกจากวัดตะคร้อวนาราม โดยมีพระลูกศิษย์เดินทางติดตามมาด้วยหลายรูป

ท่านเดินข้ามทุ่งนาตามหลังพระลูกศิษย์มาห่าง ๆ มุ่งหน้าไปวัดขิงกระชาย เพื่อแวะเยี่ยมพระอาจารย์ถวิล และพระอาจารย์ประสงค์ที่วัดบุฝ่าย เพราะเห็นว่าได้มาถึง อ.ประจันตคาม แล้ว จึงถือโอกาสแวะเยี่ยมเยียนในฐานะที่เป็นพระสหธรรมมิกที่สนิทสนมกันมานาน

ท่านครูบา ฯ และพระลูกศิษย์ได้เดินทางลัดไปตามทุ่งนา คณะของท่านได้เดินผ่านฝูงควายฝูงหนึ่งที่กำลังกินหญ้าอยู่ใกล้ ๆ ที่เส้นทางที่จะเดินผ่าน

ทันใดนั้นได้มีควายตัวหนึ่งร่างกายดูใหญ่โตแข็งแรง วิ่งออกจากฝูงตรงมาหาคณะของพระลูกศิษย์ที่เดินอยู่ข้างหน้า พระลูกศิษย์ต่างพากันหยุดเดินต่อไปทันที

พระกับควายไม่เคยถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร มีเรื่องเล่ากันว่า ควายไม่ชอบสีเหลือง เมื่อเจอพระที่ห่มผ้าจีวรสีเหลือง ควายมักจะวิ่งไล่ทำร้ายพระทุกครั้งที่พบที่เจอกัน

ควายตัวนั้นวิ่งมาใกล้ตัวเต็มที พระลูกศิษย์ที่ยืนดูอยู่ข้างหน้าเห็นท่าไม่ปลอดภัย ต่างพากันวิ่งบ้าง เดินบ้าง เพื่อหนีไปให้พ้นจากการถูกทำร้ายจากควายตัวนั้น

ยังเหลืออยู่แต่ท่านครูบา ฯ ที่ยังยืนสะพายย่ามใบใหญ่ ในมือข้างขวากำด้ามกลดที่แบกอยู่บนบ่า ท่านยืนดูควายตัวนั้นที่กำลังวิ่งตรงมาหาท่านด้วยความสงบนิ่ง ไม่มีอาการตื่นกลัว หรือตระหนกตกใจใด ๆ แม้แต่น้อย

ท่านครูบา ฯ คงนึกอยู่ในใจท่านว่า ช้างก็เคยเจอมาแล้ว เจอควายบ้าง มันจะเป็นยังไง

ควายตัวดังกล่าว วิ่งมาถึงตัวท่านครูบา ฯ ด้วยความรวดเร็ว วิ่งตรงเข้าหาท่าน โดยไม่หยุด ไม่รีรอ ใด ๆ หมายวิ่งชนท่านครูบา ฯ ที่ยังยืนสงบนิ่งอยู่กับที่

เมื่อควายตัวดังกล่าววิ่งมาประชิดติดตัวท่านครูบา ฯ ท่านได้ใช้กลดของที่ท่านกำอยู่ในมือข้างขวา ฟาดลงที่กลางหัวของควายตัวนั้นไปหนึ่งที

ควายตัวนั้นล้มหงายท้องไม่เป็นท่าลง ณ . ที่ตรงนั้น นอนนิ่งเงียบไม่เหลือความดุร้ายให้ท่านครูบา ฯ ได้เห็นอีกเลยแม้แต่น้อย ได้แต่นอนน้ำตาไหลเป็นทางยาว เหมือนสำนึกผิดที่คิดไม่ดีกับพระสงฆ์องค์เจ้า

ท่านครูบา ฯ ได้ยืนทำสมาธิเจริญภาวณา แผ่เมตตาให้กับควายตัวนั้นอยู่พักหนึ่ง

สักครู่หนึ่งควายตัวนั้นก็ลุกขึ้นยืน และค่อย ๆ เดินกลับไปหาฝูงควายที่ยังกินหญ้าอยู่ ณ. กลางทุ่งนาแห่งนั้น

ที่ผมนำเรื่อง “ พระธุดงค์ไล่ควาย ” มาเล่าในวันนี้ก็ดี หรือเรื่องอื่น ๆ ที่เล่ามาก่อนนี้ก็ดี และยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากมายหลายเรื่องต่อไป

ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะแสดงให้เห็นว่า ท่านครูบา ฯ คือผู้วิเศษ ได้ธรรมอันวิเศษเหนือผู้อื่น ที่สามารถแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่าง ๆ นา ๆ ได้ แต่ประการใด

แต่...ผมต้องการสื่อออกไปให้โลกรู้ว่า กว่าท่านจะมาเป็น “ ครูบากฤษณะ ” ในเวลานี้ กว่าท่านจะมาเป็นพระเกจิ ที่มีผู้คนเคารพศรัทธามากมายทั้งในและต่างประเทศ อย่างเช่นปัจจุบันนี้

ท่านได้ใช้ความวิริยะ อุตสาห์ เพียรพยายาม มากมายปานใด เพื่อแสวงหาธรรม เพื่อไปให้ถึงแดนแห่งโมกขธรรม ตามที่ท่านมุ่งหวังเอาไว้ตั้งแต่แรกออกอุปสมบท

เราท่านทั้งหลายจึงได้เห็น ได้สัมผัส ได้รับความเมตตาจากท่าน อย่างที่เราท่านทั้งหลายได้รับอยู่ในปัจจุบันกาลนี้แหละครับ สาธุ
๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ

ติดต่อ เฮียกิตติ

081 813 1935

Email : bantanthai@gmail.com

ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์

 ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์

เนื่องในวาระครบ ๕ รอบ สิริอายุครบ ๖๐ ปี ของท่านครูบากฤษณะ อินทวัณโณ ในวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๕๗

ผมขอนำเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ยินมาเกี่ยวประวัติบางช่วงบางตอนของท่านมาเผยแพร่เพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยเฉพาะเรื่องราวที่พิศดารที่เกิดขึ้นกับท่านครูบา ฯ เมื่อคราวที่ท่านเดินธุดงค์อยู่ตามป่าเขา ถ้ำลึก หน้าผาสูงชัน

จึงมีเรื่องมากมายที่ท่านครูบา ฯ ได้ประสพพบเจอกับตัวท่านเอง ดังเช่น.:- เรื่องที่ผมได้เล่าไปบ้างแล้ว เป็นต้น

วันนี้ผมจะเล่าเรื่องราวที่พิสดาร มหัศจรรย์พันลึก ลี้ลับ เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ เป็นยิ่งนัก

เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้คือเรื่อง... “ ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์
” เรื่องราวจะเป็นเช่นไร พิศดาร มากน้อยแค่ไหน โปรดติดตาม

เรื่องนี้ผมได้รับฟังมาจากคุณลือชา เลิศล้ำ เจ้าของกิจการลือชาคาร์แคร์ ( น้องชาย ) ซึ่งสมัยบวชเป็นพระได้ไปเป็นลูกศิษย์ท่านครูบา ฯ และ ได้มีโอกาสเดินธุดงค์ติดตามไปกับท่านครูบา ฯ อยู่หลายปีครับ

คุณลือชาเล่าให้ผมฟังว่า...หลังจากที่ท่านครูบา ฯ อุปสมบทได้หลายพรรษาแล้ว การเดินธุดงค์ของท่านได้แยกกันกับพระสหธรรมมิก ซึ่งแยกย้ายกันไปประจำอยู่ตามวัดต่าง ๆ บ้าง ตั้งสำหนักใหม่ขึ้นมาเองบ้าง ตามจริตนิสัยและวาสนาบารมีของแต่ละท่าน บางท่านก็ลาสิกขาบทไปก็มี จึงเหลือแต่ท่านครูบา ฯ องค์เดี่ยวที่ยังธุดงค์จาริกไปตามป่าเขา

มีอยู่ปีหนึ่งท่านครูบา ฯ ได้เดินธุดงค์เพื่อไปปฏิบํติธรรม ทำสมาธิเจริญภาณา ในป่าเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อคราวที่ท่านครูบา ฯ ได้แยกออกมาเดินธุดงค์แต่เพียงลำพังเพียงองค์เดียว จะมีก็แต่พรานป่าผู้ชำนาญทางคู่ใจ ( พรานสนั่น ขณะนี้ได้บวชเป็นพระ จำพรรษาอยู่ที่วัดป่ามหาวัน อ. ครบุรี ) เท่านั้นที่คอยติดตามเพื่อบอกเส้นทางที่ท่านจะเดินธุดงค์ไปในป่าเทือกเขาใหญ่

ครั้งนี้การเดินธุดงค์ของท่านไม่เหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่ผ่าน คราวนี้ท่านออกเดินธุดงค์แต่เพียงลำพังเพียงองค์เดียวโดยแท้จริง ไม่มีพรานสนั่นคอยติดตามเหมือนเช่นทุกครั้ง

ท่านสะพายย่ามแบกกลดเพื่อเดินธุดงค์ขึ้นเขาใหญ่ทางด้านหมู่บ้านหมูสี ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เดินลัดเลาะไปตามป่า ตามเขาสูงชันสลับซับซ้อนหลายลูก เป็นเส้นทางที่ต้องผ่านทั้งป่าใหญ่และภูเขาสูงชันและมีสัตว์ป่านานาชนิดชุกชุม

ท่านครูบา ฯ ได้เดินธุดงค์เข้าไปในกลางป่าเขาใหญ่ โดยใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อถึงที่บริเวณที่เห็นว่าเหมาะสมปลอดภัยจากสัตว์ป่าที่จะมารบกวน เหมาะแก่การทำสมาธิเจริญภาวณา

ท่านครูบา ฯจัดการปักกลดกำหสดอาณาบริเวณที่จะหยุดพักเพื้อทำสมาธิเจริญภาวณา ตามวิธีปฏิบัติของท่านในทุก ๆ ครั้งที่ท่านเดินธุดงค์ไปตามป่าเขา การทำสมาธิเจริญภาณาธรรมของท่านดำเนินไปด้วยความราบรื่น จนครบกำหนดเลาที่ท่านได้ตั้งปณิธานเอาไว้

ท่านจึงได้เก็บสัมภาระในการเดินธุดงค์ เก็บกวาดบริเวณสถานที่ ๆ ท่านปักกลดจนสะอาดเรียบร้อย

ท่านครูบา ฯ ได้ออกเดินทางเข้าไปในป่าอันรกทึบ ข้ามขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก ข้ามลำธารน้อยใหญหลายสาย เพื่อเดินผ่านเทือกเขาใหญ่ไปลงทางฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี เป้าหมายปลายทางคือน้ำตกตะคร้อ เขต อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี เพื่อไปที่วัดขิงกระชาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกตะคร้อมากนัก แวะเยี่ยมพระสหธรรมมิกที่สนิทสนมอีกท่านหนึ่ง คือ พระอาจารย์ถวิล ( มรณภาพแล้ว )

ท่านเดินธุดงค์เข้าไปในป่าทึบ มีแต่ต้นไม้ใหญ่มากมายปลกคุม มองแทบไม่เห็นแสงตะวัน

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับท่านครูบา ฯ ปรากฏว่าท่านจำเส้นทางที่จะเดิน ทางต่อไปไม่ได้ ท่านหลงป่าชนิดมืดแปดด้าน เดินไปทางไหนก็มีแต่ป่า ป่า และ ป่า มีแต่ต้นไม้ใหญ่ขวางหน้า หันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้

ท่านครูบา ฯ เดินหลงป่าหาทางออกจากป่าแห่งนั้นหลายวัน จนหมดเรี่ยวหมดแรง หน้ามืดเป็นลมไปก็หลายครั้ง พยายามหาทางออกอย่างไรก็หาไม่เจอ จนกระทั้งท่านหมดแรงเพราะขาดน้ำขาดอาหารมาหลายวัน

ด้วยความอ่อนระโหยโรยแรงจนแทบจะสิ้นลมหายใจ ท่านจึงได้นั่งลงเหมือนจะปลงสังขารและรำพึงกับตัวท่านเองว่า... “ คราวนี้เราคงไม่รอดแล้ว เราคงหลงป่าหาทางออกไม่ได้แน่แล้ว และเราคงตาย ณ. ที่ตรงนี้เป็นแน่ ”

แล้วท่านก็ค่อย ๆ หลับตา ทำสมาธิเจริญภาวณา เตรียมจะละสังขาร

ทันใดนั้นเอง...ด้วยสายตาที่พร่าม้วของคนที่กำลังจะสิ้นลม ท่านได้เห็นดอกไม้ดอกใหญ่ ปรากฏขึ้นตรงหน้าที่ท่านนั่งอยู่ เป็นดอกไม้สีขาว กลีบดอกใหญ่ซ้อนทับเรียงกันหลายชั้น มีกลิ่นหอมเย็น ชื่นใจ

ท่านจำได้ว่ามันคือดอกมณฑาทิพย์ ซึ่งท่านเคยศึกษาค้นคว้ามาจากพระไตรปิฏก ในสมัยพุทธกาลเรียกว่าดอกไม้ทิพย์จากสวรรค์

ท่านหยิบดอกไม้นั้นขี้นมาทดลองดมดู ( จำไม่ได้ว่าท่านได้อธิษฐานอะไรในใจท่านหรือเปล่า )

ท่านจำได้ว่า...ท่านมีความรู้สึกเหมือนได้สูดดมดอกมณฑาทิพย์ มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ สมกับเป็นดอกไม้แห่งสวรรค์จริง ๆ

หลังจากที่ท่านครูบา ฯ ได้ดมดอกไม้นั้นแล้ว อาการเหน็ดเหนื่อยที่แทบจะสิ้นใจก็หายเป็นปลิดทิ้ง สายตาที่พร่าม้วก็หายมองเห็นได้เป็นปกติ เรี่ยวแรงที่หายไปก็กลับคืนมา สมองที่อยู่ในอาการมึนงงก็กลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง นึกคิดอะไรก็ออก มองอะไรก็เห็น มองไปทางไหนก็มีแต่ความสว่างไสว นึกหาทางออกจากป่าที่รกทึบแห่งนั้นได้ มองหาทางออกจากป่าที่รกทึบแห่งนั้นเห็น เป็นที่น่าอัศจรรย์

เมื่อทุกอย่างกลับคืนมาเป็นปกติ ท่านครูบา ฯ ได้เริ่มต้นออกเดินธุดงค์จากป่าแห่งนั้น และเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ต้องผ่านป่าหลายแห่ง ข้ามภูเขาสูงสลับซับซ้อนหลายลูก ข้ามลำธารที่อยู่ท่ามกลางเขาใหญ่ ( ใสใหญ่ ใสน้อย ซึ่งเป็นลำธารที่ใหญ่มาก ไหลผ่านกลางเขาใหญ่ ลงสู่พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก )

ท่านครูบา ฯ เดินธุดงค์ ถึงน้ำตกตะคร้อ และมุ่งตรงไปวัดขิงกระชาย แวะเยี่ยมเยือนพระอาจารย์ถวิล โดยสวัสดิภาพ.

ที่ผมนำเรื่อง “ ดอกไม้ทิพย์แห่งสวรรค์ ” มาเล่าในวันนี้ก็ดี หรือเรื่องอื่น ๆ ที่เล่ามาก่อนนี้ก็ดี และยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากมายหลายเรื่องต่อไป

ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะแสดงให้เห็นว่า ท่านครูบา ฯ คือผู้วิเศษ ได้ธรรมอันวิเศษเหนือผู้อื่น ที่สามารถแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่าง ๆ นา ๆ ได้ แต่ประการใด

แต่...ผมต้องการสื่อออกไปให้โลกรู้ว่า กว่าท่านจะมาเป็น “ ครูบากฤษณะ ” ในเวลานี้ กว่าท่านจะมาเป็นพระเกจิ ที่มีผู้คนเคารพศรัทธามากมายทั้งในและต่างประเทศ อย่างเช่นปัจจุบันนี้

ท่านได้ใช้ความวิริยะ อุตสาห์ เพียรพยายาม มากมายปานใด เพื่อแสวงหาธรรม เพื่อไปให้ถึงแดนแห่งโมกขธรรม ตามที่ท่านมุ่งหวังเอาไว้ตั้งแต่แรกออกอุปสมบท

เราท่านทั้งหลายจึงได้เห็น ได้สัมผัส ได้รับความเมตตาจากท่าน อย่างที่เราท่านทั้งหลายได้รับอยู่ในปัจจุบันกาลนี้แหละครับ สาธุ
 
 
๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ
ติดต่อ เฮียกิตติ
081 813 1935
Email : bantanthai@gmail.com