ครูบากฤษณะผู้สร้างเทพจำแลง
วัตถุมงคลยิ่งใหญ่ของชาวต่างชาติ
ครูบากฤษณะ
อินทวัณโณ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2497 ปัจจุบันอายุ 58 ปี
เกิดที่บ้านนาจาร ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นบุตรคนที่ 9 เดิมชื่อ สุรเดช ตับกลาง พ่อชื่อคุณตาเพชร แม่ชื่อคุณยายแก้ว
ตระกูลของท่านเป็นแพทย์แผนโบราณ เป็นหมอยากลางบ้านมาตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดกันมา ฉะนั้นท่านจึงได้เรียนรู้วิชาหมอยา
พืชสมุนไพร วิชาการแพทย์โบราณ คาถาอาคมอักขระขอมโบราณมาแต่เด็กแล้ว
ต่อมามีจอมอาคมเป็นชีปะขาว ชาวบ้านเรียกปู่ผ้าขาวชื่อ “ครูบาสีหราช”
เป็นชาวประเทศลาว อายุเกือบร้อยปี สูงเกือบสองเมตร
หนักร่วมร้อยกิโลกรัม รูปร่างสูงใหญ่มาก หนวดเครายาวรุ่งรัง นุ่งห่มผ้าขาว
แต่ดูไม่เหมือนคนแก่แต่อย่างใด มาปักกรดแบบพระธุดงค์อยู่ที่หมู่บ้าน
ช่วยสงเคราะห์รักษาโรคให้ชาวบ้าน และสักยันต์ให้กับบรรดาหนุ่มๆ
ผู้พิสมัยความคงกระพันชาตรี
ด.ช.เดช
เมื่อวัยเด็กก็ไปรับใช้อุปฐากครูบาสีหราช จนท่านรับเป็นศิษย์ชวนไปอยู่ด้วยที่ภูเขาควาย
ประเทศลาว เพื่อเรียนวิชาอาคม ด.ช.เดชจึงขออนุญาตบิดา มารดา บวชเป็นสามเณรเดินทางธุดงค์ตามอาจารย์ไปเดินทางผ่านเขมรผ่านลาว……เมื่อได้ รับใช้อาจารย์และเรียนวิชาอาคมต่างๆ ได้พอสมควร สามเณรเดช
อายุได้ประมาณ 17 ปี จึงลาสิกขาบทเดินทางกลับมายังโคราช
บ้านเกิดโดยลำพังตัวคนเดียว พ่อแม่ญาติพี่น้องได้เห็นท่านอีกเมื่อย่างเข้าวัยรุ่นก็ตกใจจำกันไม่ได้
เพราะนึกว่าท่านได้ตายจากไปแล้ว
นายเดชในวัยหนุ่มได้มาทำงานอยู่ที่ร้านรุ่งศิลป์
เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างร้านใหญ่ที่สามแยก ถ.มิตรภาพ ในเมืองโคราชอยู่พักใหญ่ เมื่อวัยหนุ่มฉกรรจ์ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติ
เมื่อปลดประจำการแล้วก็สมัครเป็นทหารพรานต่อเคยรับจ้างไปรบที่ประเทศลาว ด้วยความเป็นจอมขมังเวทย์มีวิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงรอดปลอดภัย
กระสุนไม่ได้แอ้มเลือดท่านแม้สักหยดเดียว รบเก่งจนได้ฉายาว่า “จอมล่าหัวมนุษย์”
เมื่อนานเข้าท่านเกิดละอายเกรงกลัวต่อบาปการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ได้นั่งสมาธิบ่อยๆ จนเกิดนิมิตให้เกิดความอ่อนโยนมีเมตตา ด้วยความสำนึกในบาปบุญคุณโทษ
ทหารพรานเดชจึงลาออกจากอาชีพทหารพรานกลับบ้านแล้วขอบวชอุปสมบทเป็นพระภิกษุ สงฆ์รับใช้พระพุทธศาสนาตลอดชาติ
ท่านได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2522 ที่วัดโคกอู่ทอง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เมื่ออายุได้ 25
ปี วัยเบญจเพสพอดี โดยมีพระครูธรรมธงโพธิเขต เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อออกบวชแล้วท่านจึงได้ปลีกวิเวกเข้าป่าธุดงค์ขึ้นป่าเขาใหญ่เป็นแห่งแรก
ในปีนั้นเลย แล้วก็ธุดงค์ต่อเข้าเขมรและลาว เพื่อกลับไปหาอาจารย์ชีปะขาวจอมขมังเวทย์ที่ภูเขาควาย
ประเทศลาว อันเป็นแหล่งตักศิลาของเกจิอาจารย์ทั้งหลายต่อไป แล้วชื่อพระภิกษุเดชก็หายไปจากชาวบ้าน….
ก่อนที่พระอาจารย์เดชจะได้ครอบครูเป็นศิษย์ครูบาสีหราชชีปะขาวจอมขมัง
เวทย์นั้น ทราบว่า “พระอาจารย์แบ่ง ชาวบ้านโตนด ถิ่นโคราชบ้านเดียวกับท่าน
ได้เข้าสักยันต์ครอบครูก่อนเป็นศิษย์องค์แรกของครูบาสีหราชชีปะขาว ก่อนหน้านั้นได้สองปีแล้ว
พระอาจารย์เดชจึงนับว่าเป็นศิษย์องค์ที่สองและองค์สุดท้าย อาจารย์เปลี่ยนชื่อจากเดชเป็น
“กฤษณะ” ได้ร่ำเรียนวิชาไตรเวทย์ วิชากุมารทอง
วิชาเทพสาริกา วิชาเมตตามหานิยม วิชาสักยันต์ และเรียนภาษาเทพของอินเดียโบราณอายุกว่าสามพันปีคือ
“ภาษาเทวนาครี” ดังที่ทุกท่านเห็นการจารอักขระในวัตถุมงคลต่างๆ
คล้ายๆ กับภาษาจีนนั้นแหละ (ปัจจุบันท่านเลิกสักยันต์มา 4-5
ปีแล้วครับ) ว่ากันว่าตอนที่เรียนวิชานั้นต้องสึกเป็นฆราวาสก่อน
มิฉะนั้นจะเรียนไม่ได้
เนื่องจากวิชาบางอย่างเป็นวิชาอาถรรพณ์ พระภิกษุที่อยู่ในศีลจะทำไม่ได้
เหตุที่ครูบาสีหราชชีปะขาว รับศิษย์แค่สองคน และรับศิษย์ตอนแก่ ก็เพราะว่าอาจารย์ของครูบาสีหราชชีปะขาว
เป็นชาว อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา บวชเรียนได้ถึงเปรียญ 9 ประโยค หมดภูมิวิชาคัมภีร์ธรรมจึงออกธุดงค์หากรรมฐานความหลีกพ้นไปถึงอินเดีย
จีน ทิเบต ด้วยเป็นคนเรียนเก่งจึงศึกษาวิชาอาคมต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เกิดความร้อนวิชาไม่สามารถครองผ้าเหลืองได้
จึงสึกเป็นฤาษี นี่คือ “ฤาษีบังบด” ท่านฤาษีได้สั่งไว้ว่าให้มอบวิชาให้กับคนที่มาจากบ้านฉันเท่านั้น
เพื่อที่จะได้นำวิชาไปช่วยเหลือผู้คนที่เมืองไทยและคนแถวบ้านฉัน
เมื่อครูบาสีหราชชีปะขาวได้มอบวิชาสอนลูกศิษย์ทั้งสองแล้ว ท่านก็มรณภาพโดยวิธีเผาตัวเองด้วยเตโชกสิณ
พระเกจิรูปหนึ่งที่ใช้วิธีนี้ในอดีตก็คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา พระอาจารย์ของหลวงพ่อโอภาสีสำนักบางมด
เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน เมื่อจัดการศพอาจารย์แล้ว
ครูบากฤษณะก็เดินทางกลับโคราชถิ่นเดิมเมื่อปี 2532 ชาวบ้านก็ตื่นตะลึงอีกครั้ง
คราวนี้หายไปเป็นสิบปีไม่คิดว่าท่านยังอยู่ ชาวบ้านแถบโตนดยังเรียกท่านว่า
“พระอาจารย์เดช” อยู่เหมือนเดิม
และท่านก็ธุดงค์อยู่ในป่าตลอด เป็นที่รู้จักของพระนักธุดงค์เป็นอย่างดี เพราะท่านเป็นนักเทศน์และสอนเรื่องธุดงค์วัตร
สอนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนวิชาอาคมการเดินป่าต่างๆ วันไหว้ครูปีนี้มีพระธุดงค์จากทั่วสารทิศมาร่วมพิธีลงชื่อไว้กว่า
700 รูป ในหมู่พระเรียกท่านว่า “ครูบาใหญ่”
จนในที่สุดชาวบ้านได้นิมนต์ให้ท่านพำนักอยู่ที่บริเวณเหนือเขื่อนลำมูลบน
อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เรียกว่าเป็น “สำนักวัดป่ามหาวัน”
ในปี 2536 และท่านได้จัดสร้างสาลิกาเดี่ยวขึ้น
สร้างจากดินก้นสระที่ขุดขึ้นเป็นบ่อเก็บน้ำของสำนัก ผสมกับว่านและมวลสารอาถรรพณ์ต่างๆ
เป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาดฝ่ามือครับ นับเป็นวัตถุมงคลชิ้นแรกของท่านที่ผู้คนนำไปบูชา
เห็นผลด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี เงินทองการงานดีขึ้นทันตาเห็น จึงเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
และท่านสร้างแจกเรื่อยๆ ในงานเข้าปริวาสกรรมบ้าง วันไหว้ครูบ้าง วันเกิดบ้าง
จนมาเกิดนิมิตสร้าง “เทพจำแลงภมร” รูปผีเสื้อขึ้นอุบัติขึ้นครั้งแรกในโลก
ในปี 2544 ด้วยรูปแบบสีสันแปลกตาจากวัตถุมงคลอื่นใด และใช้บูชาได้ผลอย่างเอกอุโด่งดังแค่ชั่วข้ามปีอย่างเหลือเชื่อ
จนกลายเป็นต้นแบบให้สำนักอื่นพยายามเลียนแบบกันอยู่ ในขณะนี้หลายคนสงสัยว่าครูบากฤษณะ
“เป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาหรือเปล่า” ตอบได้เลย
“ก็ต้องใช่ซิครับ” และเก่งเชี่ยวชาญในพระธรรมวัตรปฏิบัติด้วยครับ
มิฉะนั้นท่านสอนพระธุดงค์ไม่ได้หรอก พระกับพระนับถือเคารพกันย่อมไช่ธรรมดาแน่ครับ
ลองมาสัมผัสแล้วพูดคุยกับท่านดูแล้วจะรู้ว่าท่านรู้จริงครับ “อ้าวแล้วทำไมท่านไม่สร้างพระล่ะทำไมไปสร้างนก สร้างกุมาร สร้างพระพรหม สร้างผีเสื้ออะไรก็ไม่รู้
จะแขวนรวมกับพระได้หรือนับถือพระอยู่ดีๆ ทำไมต้องๆ นับถือรูปอย่งอื่น” เรื่องนี้แต่ก่อนผมก็สงสัย แต่ตอนนั้นผมคิดว่าอะไรก็ได้ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้
อะไรก็ได้ที่ช่วยให้เรารวย เราดีขึ้น โดยไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย ไม่เบียดเบียนใคร
ใช้วัตถุมงคลอื่นๆ มามากแล้ว ราคาเป็นพันเป็นหมื่น มีนับเป็นพันองค์
ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น จึงได้ลองใช้ของท่าน แล้วก็ดีจริงๆ และได้สัมผัสกับท่านในที่สุด
ผมเคยคิดจะถามท่านเรื่องนี้ครับ
แต่ท่านตอบมาก่อนที่ผมจะถามท่านอีก
ท่านบอกว่า “ฉันเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาก็จริงอยู่ แต่ฉันไม่ลอกเลียนแบบพระพุทธเจ้าหรอก
พระพุทธองค์ท่านเป็นของสูง ปัจจุบันนี้ยุคสังคมเปลี่ยนไป วัฒนธรรม จริยธรรมก็เปลี่ยนไปบางครั้งเราแขวนพระเข้าไปในสังคมที่ไม่เหมาะสม
เป็นแหล่งอโคจร สถานเริงรมย์ต่างๆ หรือทำอาชีพฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เป็นต้น มันไม่ดีพระพุทธเจ้าท่านสอนเน้นหนักในพระธรรมคัมภีร์และปฏิบัติมากกว่าฉัน
จึงมีความคิดสร้างเป็นรูปเคารพเป็นแบบเทพ เอาให้บุคคลในสังคมแบบเราถือไปจะเหมาะสมกว่า
๙๙๙๙๙๙๙๙๙
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
ครูบากฤษณะผู้สร้างเทพจำแลง
วันที่ 8 / 09
/ 2555
เวลา 1:23
น
*********
ชมรมศิษย์ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ
ติดต่อ เฮียกิตติ
081 813
1935
Email : bantanthai@gmail.com
ภาคใต้ หาดใหญ่ สงขลา
ติดต่อ เฮียหมี
0887841026
0858921707
0858921707
Email : Nimitgr@gmail.com
.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น